[รีวิว-Review] Vivo X21 หน้าจอใหญ่ขนาด 6.28 นิ้วสุดล้ำด้วยตำแหน่งสแกนนิ้วใต้กระจกหน้าจอ พร้อมกล้องหลังคู่

By Product Review

[รีวิว-Review] Vivo X21 สมาร์โฟนหน้าจอใหญ่ขนาด 6.28 นิ้ว สุดล้ำด้วยตำแหน่งสแกนนิ้วใต้หน้าจอ พร้อมกล้องหลังคู่ 12+5 ล้านพิกเซล, ชิปเซ็ต Snapdragon 660, RAM 6 GB, ชิปเสียง Hi-Fi Audio รายละเอียดเสียงคมชัดครบถ้วน ในราคา 19,990 บาท

เปิดตัวตามกันมาติดๆคราวนี้ก็ถึงคราวตัวท๊อปของค่ายกันบ้างกับ Vivo X21 มาพร้อมดีไซน์สวยงาม ขอบบางจริงอะไรจริงเพียง 1.6 มม. โดดเด่นด้วยหน้าจอกว้างในอัตราส่วน 19 :9 แบบ Super AMOLED ขนาด 6.28 นิ้ว ความละเอียด FullHD+ โดดเด่นด้วยเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ฝังมาบนหน้าจอเลย พร้อมเทคโนโลยี AI ที่มากับกล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซลช่วยให้การเซลฟี่สวยเรียบเนียบรวมไปถึงระบบสแกนใบหน้าด้วยเทคโนโลยี Face Wake 2.0 รวดเร็วและมี ความแม่นยำสุดๆ กล้องหลังคู่ความละเอียด 12+5 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/1.8 มีไฟแฟลช, โหมดชัดหน้าเบลอหลัง นอกจากนั้นยังมาพร้อมระบบปฎิบัติการ Android 8.1 ครอบทับด้วย Funtouch OS 4.0 เสริมทัพ Snapdragon 660 ทำงานเร็วแรงไม่มีสะดุด พร้อม RAM  6GB, ROM 64 GB รองรับการใช้งาน 2 ซิม, รองรับการสแกนลายนิ้วมือ, แบตเตอรี่ความจุ 3200mAh รองรับการชาร์จเร็ว

สเปคเด่นๆของ Vivo X21

  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการAndroid 8.1 ครอบทับด้วย Funtouch OS 4.0
  • หน้าจอแสดงผล จอแสดงผลขนาด 6.28 นิ้ว Super AMOLED 24-bit แบบระบบสัมผัส Multi-Touch ความละเอียด 2280 x 1080 พิกเซล
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Snapdragon 660 Octa Core ความเร็ว : 2.2 GHz
  • หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
  • หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมรองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD Card สูงสุด 256GB (Triple Slot)
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ตัวแรกความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/1.8 กล้องอีกตัวความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/2.4 พร้อมไฟแฟลช LED โฟกัสอัตโนมัติ (Auto Focus) สามารถแตะเลือกจุดโฟกัสตำแหน่งที่ต้องการได้
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซลรูรับแสงขนาด f/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI Face Beauty และ AR Stickers และรองรับ Face Wake 2.0 การสแกนใบหน้าเพื่อเปิดเครื่องด้วยแสงอินฟาเรด
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
  • รองรับชิปเสียง HIFI
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
  • รองรับระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า Face Access
  • แบตเตอรี่ความจุ 3,200 mAh
  • ขนาดตัวเครื่อง 154.45×74.78×7.37 มม.
  • น้ำหนัก 156.2 กรัม


หน้าตากล่องก็จะแบบต้อนรับการแข่งขันฟุตบอลโลก (World Cup) ที่ประเทศรัสเซีย (ปี 2018) ที่ทาง Vivo เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ โดยรูปตัวเครื่องที่อยู่หน้ากล่องก็จะให้สัมผัสที่นูนๆ ออกมาด้วย แถมตัวกล่องยังไล่สีจากฟ้าลงมาน้ำเงินเข้มสวยงามเลย

อุปกรณ์ภายในกล่องก็จะเจอกับ

  • ตัวเครื่อง Vivo X21
  • คู่มือการใช้งาน
  • มีเคสใสแบบแข็งมาด้วย 1 อัน
  • เข็ม SIM Door Key
  • อะแดปเตอร์สำหรับชาร์จแบตเตอรี่
  • สายดาต้าแบบ MicroUSB
  • หูฟัง

ในกล่องก็จะมีเคสใสแถมมาให้ด้วย 1 อัน แบบซื้อเครื่องมาแล้วก็มีเคสฟรีใส่ได้เลยแบบไม่ต้องเสียตังสบายดีออก แต่เคสที่แถมมาในกล่องนี้ก็ออกจะแข็งๆหน่อยแต่ลองใส่กับเครื่องแล้วแนบสนิทดี ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนรอบตัวเครื่องได้ ป้องกันการกระแทกได้ พร้อมเว้นช่องว่างในส่วนของกล้องหลังรวมถึงไฟแฟลชแล้วก็ส่วนต่างๆ เพื่อให้การใช้งานได้อย่างสะดวก

ตัวเครื่องดีไซน์สวย บางเบา พรีเมี่ยมสุดๆ ด้วยบอดี้โลหะชิ้นเดียวแบบไร้รอยต่อ ในส่วนของฝาหลังทำด้วยกระจกแบบ 3 มิติ โดยทาง Vivo ได้บอกกับเราไว้ว่าฝาหลังสามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้ โดนไม่จำเป็นต้องใส่เคสด้วยซ้ำเริดไปเลยไหมล่ะ พร้อมหน้าจอแสดงผลขนาด 6.28 นิ้ว Super AMOLED แบบระบบสัมผัส Multi-Touch ความละเอียด 2280 x 1080 พิกเซล FullHD+ ทำจากกระจกแถมขอบหน้าจอก็บางสุดๆ เพียง1.6 มม. ขอบด้านบนเหลือพื้นที่แค่ 1.79 มม. เอาเป็นว่าหน้าจอกว้างสุดๆ ดูหนัง เล่นเกมส์ ได้อย่างเต็มตาพร้อมฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้บนหน้าจอเลยเพื่อที่จะได้สะดวกและรวดเร็วในการสแกน

มาดูกันที่ส่วนด้านบนของตัวเครื่องกันบ้าง ก็จะเจอกับลำโพงสำหรับการโทรเข้า-โทรออกอันนี้รู้กันอยู่แล้วละเนอะ ถัดไปเลยละกันก็จะเป็นกล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซลขนาดรูรับแสง f/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI Face Beauty ที่จะช่วยให้การเซลฟี่สวยเนียน ขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติแบบตรงปก แต่ก็แอบหลอกลวงนะจ๊ะบอกเลยลองมาแล้วกับตัวเนียนจริงอะไรจริง พร้อมฟีเจอร์ AR Stickers ลูกเล่นที่แสนจะน่ารักฟรุ้งฟริ้งๆผู้ชายเล่นก็ได้ ผู้หญิงเล่นก็ดีโหมดนี้ก็จะมีความน่ารักไปอีกแบบนะ รวมไปถึงรองรับ Face Wake 2.0 เทคโนโลยีการสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคเข้าเครื่องด้วยแสงอินฟาเรดอย่างรวดเร็วทันใจ แล้วก็ช่วยให้การเข้าใช้เครื่องเป็นส่วนตัวที่สุด

ขอบด้านล่างสุดของหน้าจอก็จะเจอกับกับขีด 3 ขีดนั้นก็คือปุ่มแบบ On-Screen ก็ใช้เหมือนปุ่มธรรมดาเลยแต่แค่ปัดขึ้นมา แบบถ้าอยากดูว่าเราเปิดแอพพลิเคชั่นอะไรค้างไว้บ้าง หรืออยากจะปรับแสงสว่างของหน้าจอก็ปัดปุ่มแรกขึ้นมาเลยมันก็คือปุ่ม Recent Apps ถัดไปตรงการก็จะเป็นปุ่ม Home อยากกลับหน้า Home ก็แค่ปัดขึ้น สุดท้ายก็ปุ่ม Back

ส่วนท้ายของเครื่องก็จะเจอกับช่องแรกคือช่องที่ไว้สำหรับใส่ซิมการ์ด รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM) หรือจะหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ 256GB ช่องกลางก็จะเป็นช่องไว้เสียบสายชาร์จแบบ Micro USB ช่องสุดท้ายก็จะเป็นลำโพงหลักของตัวเครื่อง

ส่วนหัวของเครื่องก็จะเจอกับช่องไว้สำหรับตัดเสียงรบกวนภายนอกเวลาคุยโทรศัพท์ แล้วก็ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

ด้านข้างขวาของตัวเครื่องก็จะมีปุ่ม เพิ่ม-ลด ระดับเสียง ถัดลงมาที่มีอยู่ปุ่มเดียวนั้นคือปุ่มล็อคหน้าจอหรือปุ่ม เปิด-ปิด เครื่องนั้นเอง แต่ถ้าอยากแคปหน้าจอก็แค่กดปุ่มลดเสียงพร้อมๆกับปุ่มล็อคหน้าจอ กดค้างพร้อมๆกัน ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่องไม่มีปุ่มอะไรเลยก็เลยไม่ได้ถ่ายมาต้องขออภัยด้วยนะจ๊ะ

มาถึงในส่วนของด้านหลังเครื่องก็จะเจอกับกล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) กล้องตัวแรกความละเอียด 12 ล้านพิกเซลรูรับแสงขนาด f/1.8 พร้อมเซ็นเซอร์ Samsung 2L9 เป็นระบบจับโฟกัสภาพ ส่วนกล้องอีกตัวมีความละเอียดอยู่ที่ 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/2.4 โดยประมวลผลอันชาญฉลาดด้วยเทคโนโลยี AI ถัดลงมาก็จะเป็นไฟแฟลชแบบ LED ช่วยให้ภาพสว่างแม้ถ่ายในสภาวะแสงน้อย พร้อมโฟกัสอัตโนมัติ (Auto Focus) แต่ก็สามารถแตะเลือกจุดโฟกัสตำแหน่งที่ต้องการได้ให้ตำแหน่งไหนชัด ตำแหน่งไหนเบลอ ลงมาก็จะเจอกับโลโก้หราอยู่ตรงกลางฝาเลย

รูปที่ถ่ายจากกล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซลรูรับแสงขนาด f/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI Face Beauty และ AR Stickers (รองรับการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ) (ภาพถ่ายในโหมดปกติไม่ได้ปรับสีใดๆแค่รีไซส์เท่านั้น)

ตัวอย่างการถ่ายภาพด้วยกล้องหน้า ตั้งแต่ระดับ AI จนถึงระดับ 6 พร้อมเปิดแฟลชกล้องหน้าด้วย

ตัวอย่างภาพในการสติ๊กเกอร์อีโมจิ AR ที่จะมาช่วยเพิ่มสีสันให้กับการเซลฟี่สนุก ฟรุ้งฟริ้ง กว่าที่เคย พร้อมเอฟเฟ็กที่มีมาให้เลือกเล่นเยอะมากเลือกไม่ถูกเลย

รูปจากกล้องหลังคู่ (Dual-Camera) กล้องตัวแรกความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/1.8 กล้องอีกตัวความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/2.4 พร้อมไฟแฟลช LED (ภาพถ่ายในโหมดปกติไม่ได้ปรับสีใดๆแค่รีไซส์เท่านั้น)

มาเริ่มกันด้วยภาพถ่ายตอนกลางคืน ถ่ายโดยกล้องหลังธรรมดาเลยไม่ได้ใช้โหมดอะไรเพิ่มเติมทั้งสิ้น ภาพที่ได้มาถือว่าสวยเลยทีเดียวกับภาพกลางคืนในที่แสงน้อยแบบนี้

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายโดยใช้โหมดชัดหน้าเบลอ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ จากกล้องหลัง โดยภาพนี้ถ่ายในขณะที่กำลังนั่งอยู่บนวินมอเตอร์ไซค์ที่กำลังวิ่งอยู่ด้วย ภาพที่ได้คือชัดมากสำหรับการถ่ายภาพที่ไม่ได้อยู่นิ่งแบบนี้

ตัวอย่างภาพถ่ายบุคคลในโหมดชัดหน้าเบลอหลัง – ชัดหลังเบลอหน้า

เอาเป็นว่าเรามาสรุปกันดีกว่า

ด้านดีไซน์

เครื่องบางเบาดี สวยพรีเมี่ยมหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 6.28 นิ้ว ในอัตราส่วน 19:9 ก็ใหญ่เกือบจะชิดขอบละดูหนังได้เต็มตาดี อันนี้ชอบๆ

ด้านเสียง

ก็มาพร้อมชิปเสียง HIFI ที่จะช่วยให้ความละเอียดของเสียงที่ได้นั้นคมชัดขึ้นกว่าเดิมจริงๆ

ด้านระบบปฏิบัติการ

Android 8.1 ครอบทับด้วย Funtouch OS 4.0 และชิปเซตประมวลผล Snapdragon 660 Octa Core พร้อมเทคโนโลยี  AI ที่อัจฉริยะช่วยให้การทำงานของเครื่องเร็ว แรงนอกจากนั้นก็ยังมี RAM 6GB, ROM 64GB พื้นที่เก็บเยอะขนาดนี้เซลฟี่กันสนุกแหละ

ด้านกล้อง

มาพูดถึงกล้องกันบ้างเริ่มด้วยกล้องหลังแบบคู่ความละเอียด 12 + 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED, โหมดหน้าชัดหลังเบลอ ในความคิดส่วนตัวถ่ายรูปสวยใช้ได้เลยชอบนะ ถ่ายตอนกลางคืนก็ยิ่งสวยเลย กล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี AI Face Beauty และ AR Stickers

ฟีเจอร์อื่นๆ

นอกจากนั้นยังรองรับการสแกนใบหน้า, สแกนลายนิ้วมือรวมถึงแบตเตอรี่ขนาด 3200mAH รองรับการชาร์จไวเต็มเร็วไม่ต้องรอนาน

สำหรับใครที่สนใจรอช้อปกันได้เลยที่ BaNANA ทุกสาขา

ช้อปออนไลน์ได้ที่ BananaStore.com : ส่งฟรีทั่วไทย ส่งเร็ว 3 ชั่วโมง (เฉพาะกรุงเทพและพื้นที่ให้บริการ*)

Tagged under: