รีวิวความรู้สึกแรกที่ได้สัมผัส ได้ลองจับ ได้ลองเล่น กับ OPPO R17 Pro โดดเด่นกล้อง 3 ตัว หน้าจอใหญ่ AMOLED 6.4 นิ้วพร้อมชาร์จไฟได้ไวเว่อด้วย SuperVOOC ราคา 24,990 บาท

By Product Review

รีวิวความรู้สึกแรกที่ได้สัมผัส ได้ลองจับ ได้ลองเล่น กับ OPPO R17 Pro โดดเด่นกล้อง 3 ตัว หน้าจอใหญ่ AMOLED 6.4 นิ้วพร้อมชาร์จไฟได้ไวเว่อด้วย SuperVOOC ราคา 24,990 บาท

มาแล้วกับสมาร์ทโฟนรุ่นท๊อปดีไซน์พรีเมี่ยมโดดเด่นด้วยกล้องหลัง 3 ตัวออกแบบมาเพื่อถ่ายในที่แสงน้อยโดยเฉพาะมาพร้อมเทคโนโลยี AI สุดฉลาดที่ช่วยให้รูปถ่ายสวย สมบูรณ์แบบภายในแชะเดียว รวมถึงหน้าจอขนาดใหญ่ AMOLED 6.4 นิ้ว FHD+ แสดงผลได้สีสันสวยสด คมชัด สมจริง รองรับการสแกนทั้งลายนิ้วมือแล้วก็ใบหน้าได้ด้วยที่สำคัญยังมาพร้อมแบตเตอรี่ 3700mAh ที่แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนละ 1850mAh ซึ่งช่วยให้เทคโนโลยี 50W SuperVOOC สามารถชาร์จไฟได้ไวสุดๆ 40% ภายใน 10 นาที

สเปคเด่นๆของ OPPO R17 Pro

  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย ColorOS 5.1
  • หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2340 x 1080 พิกเซล สัดส่วนพื้นที่หน้า 91.5%)
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 710 Octa Core ความเร็ว : 2.2 GHz
  • หน่วยประมวลผลกราฟฟิก Adreno 616
  • หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB
  • หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB
  • กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัวความละเอียด 20MP (f/1.5) + 12MP (f/2.4) + 3D Stereo Camera พร้อมไฟแฟลชแบบ LED, ระบบกันสั่น OIS, เทคโนโลยี AI
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI Beauty
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับการสแกนใบหน้า
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
  • รองรับการเชื่อมต่อแบบ Micro USB Type-C 3.1
  • แบตเตอรี่ความจุ 3,700mAh พร้อมด้วยเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 50 W Super VOOC สามารถชาร์จได้ถึง 40% ในเวลาเพียง 10 นาที
  • ตัวเครื่องมีขนาด 157.6 x 74.6 x 7.9 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 183 กรัม
  • มี 2 สีให้เลือก ได้แก่ สี Radiant Mist, สีเขียว EmeraldGreen

 

อุปกรณ์ในกล่อง

  • ตัวเครื่อง OPPO R17 Pro
  • เข็ม SIM Door Key
  • อะแดปเตอร์สำหรับชาร์จแบตเตอรี่
  • สายดาต้าแบบ Micro USB Type-C 3.1
  • หูฟัง
  • คู่มือการใช้งาน
  • มีเคสสีเขียวใสแบบนิ่ม 1 อัน

 

เคส

มาพร้อมเคสสีเขียวใสๆ ซิลิโคนนิ่มๆ ยืดหยุ่นๆ สามารถปกป้องได้รอบตัวเครื่อง ออกแบบมาได้กระชับพอดีกับตัวเครื่องป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี

 

ดีไซน์

ตัวเครื่องขนาดเพรียวบางถือเล่นมือเดียวก็สะดวก สวยงามด้วยฝาหลังผลิตด้วยกระจกแบบ 3D ผิวสัมผัสเรียบลื่นไล่โทนสีจากเข้มไปอ่อน – อ่อนไปเข้มแล้วแต่มุมสะท้องของแสง คือสีก็จะเปลี่ยนไปตามแสงนั้นแหละ ส่วนสีที่เราได้มารีวิวนั้นจะเป็นสีเขียว Emerald Green เป็นเขียวเข้มบ้างมุมก็เป็นสีน้ำเงินเข้ม บ้างมุมก็เป็นสีดำ แล้วแต่แสงตกกระทบ แต่แอบเป็นรอยนิ้วมือง่ายไปนิ๊ด

 

หน้าจอ

มาพร้อมหน้าจอผลิตด้วยกระจก Gorilla Glass 6 เว่อร์ชั่นล่าสุดของ Corning ที่สามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้ เอาเป็นว่าไม่ต้องติดฟิล์มก็ไม่ต้องกังวนว่าจะเป็นรอยหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาดใหญ่ 6.4 นิ้ว มีรอยบากเป็นรูปหยดน้ำซึ่งได้รับแรงบันดาลมาจากหยดน้ำก่อนที่จะหยดลงสู่พื้นดิน ความละเอียดระดับ Full HD+ 1080 x 2340 พิกเซล สัดส่วนพื้นที่หน้าจอ 91.5% ดูหนัง เล่นเกมส์ได้กว้างชัดเต็มมากๆ สีสันที่แสดงผลออกมาก็สวยคมชัดสมจริง นอกจากนั้นก็ยังมีตำแหน่งการสแกนลายนิ้วฝั่งอยู่บนหน้าจอด้วย สามารถสแกนนิ้วได้ทั้งตอนหน้าจอเปิดอยู่ หรือจะล็อคหน้าจออยู่ก็ตาม ปลดล็อคได้อย่างรวดเร็วแม่มยำ

 

กล้องหน้า

กล้องเซลฟี่ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสง f/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI Beauty สวยอย่างเป็นธรรมชาติเพียงแค่แช๊ะเดียวไม่ต้องแต่งเพิ่มเลย แต่ถ้าไม่พอใจก็มีโหมดมีให้เราสามารถปรับแต่งใบหน้าได้เอง ไม่ว่าจะเป็นปรับผิวเนียน, ใบหน้าเรียวขึ้น, ใบหน้าเล็กลง, ปรับลดกราม, ปรับให้ตาโตขึ้น, ปรับให้จมูกเล็กลง, เติมสีปากให้ด้วย สวยแม้หน้าสดเพิ่งตื่นนอนกันเลยทีเดียว และก็ยังมีโหมด AR Stickers ลูกเล่นน่ารัก ฟรุ้งฟริ้งๆอีกเพียบเลยไม่ว่าจะสร้างตัวการ์ตูนในแบบฉบับของเราเองไม่ซ้ำใครก็ได้ พร้อมรองรับการสแกนใบหน้าที่รวดเร็ว

 

ส่วนล่างหน้าจอ

รุ่นนี้ออกแบบปุ่มที่เคยเป็นสัญลักษณ์ต่างๆ 3 ปุ่ม ให้เป็นขีด 3 ขีดแทน แทบจะมองไม่เห็นเลยก็ดีนะทำให้หน้าจอดูไม่รกดี ดูสะอาดตาดี ใครที่ไม่เคยเล่นก็อาจจะงงๆหน่อยว่ากดออกตรงไหน กดกลับยังไงเนี่ย คือในรุ่นนี้จะไปสัมผัสตรงขีดฉยๆไม่ได้ได้นะ ตรงแตะแล้วลากขึ้นมานิดนึง ถึงจะทำงาน ขีดซ้ายสุดกับขีดขวาสุดเป็นขีดที่เอาไว้ใช้ในการกด Back ส่วนขีดกลางก็จะเป็นเสมือนปุ่ม Home แต่ถ้าลากค้างไว้ก็จะเป็นเหมือนปุ่ม Recent Apps

 

พอร์ตเชื่อมต่อท้ายเครื่อง

ท้ายเครื่องออกแบบมาเหมือนกับรุ่น OPPO Find X เลย เราก็จะเจอกับลำโพงหลักก่อน ตามด้วยช่องเอาไว้สำหรับโอนถ่ายข้อมูล ที่รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และก็เป็นช่องที่ใช้สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีการชาร์จแบบ SuperVOOC Flash Charge ที่ดีไซน์มาแบบแบตเตอรี่คู่ความจุ 3700mAh ที่แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนละ 1850mAh เพื่อการชาร์จไฟ 50 วัตต์ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแบตเตอรี่ได้อย่างดี ช่วยให้การชาร์จไฟนั้นรวดเร็วเว่อร์ 40% ในเวลาเพียง 10 นาที นอกจากนั้นก็ยังมีระบบความปลอดภัย 5 ขั้น ทำให้สามารถทำงานไดอย่างปลอดภัยด้วยความเร็วสูงสุด ถัดไปอีกก็จะเป็นช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดรองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิม รุ่นนี้ไม่รองรับหน่วยความจำเสริมภายนอก

 

ส่วนหัวของเครื่อง

ในส่วนของด้านบนเครื่องก็จะมีช่องไมโครโฟนตัวที่สองช่วยในการตัดเสียงรบกวนเวลาสนทนา

 

ด้านข้างตัวเครื่อง

ด้านขวาของเครื่องก็จะเจอกับปุ่ม เปิด-ปิด เครื่องและก็สามารถกดสำหรับล็อคหน้าจอด้วยด้านซ้ายเครื่องก็จะเจอปุ่ม เพิ่ม-ลด ระดับเสียงแต่ถ้ากดปุ่มลดระดับเสียงไปพร้อมๆกับปุ่มล็อคหน้าจอก็จะเป็นปุ่มที่ช่วยในการแคปหน้าจอได้ด้วย

 

กล้องหลัง

ข้างหลังเครื่องก็จะเจอกับกล้องหลัง 3 ตัว โดยเลนส์ตัวที่ 1 มีความละเอียดอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล, f/1.5 – f/2.4 ซึ่งเป็นเลนส์ที่มีรูรับแสงหลายระดับซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อรับแสงในความมืด โหมดกลางคืน ช่วยให้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อแสงอยู่ในสภาพแวดล้อมเพียงพอกล้องจะปรับโหมดเพื่อลดแสงจ้าทำให้สามารถมองเห็นทุกๆภาพได้ง่ายและคมชัดมากยิ่งขึ้น เลนส์ตัวที่ 2 ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล, f/2.6 ส่วนเลนส์ตัวที่ 3 เป็นเลนส์ที่รองรับเทคโนโลยีเซ็นเซอร์สแกนภาพ 3 มิติแบบ TOF (Time of Flight) ซึ่ง มาพร้อมการประมวลผลระดับนาโนวินาทีของแสงอินฟราเรดเพื่อการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่แม่นยำ ให้คุณได้พบวิธีใหม่ในโลกของภาพถ่าย ด้วยเทคโนโลยีกล้อง 3D TOF คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์การถ่ายภาพในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งยังสามารถจับภาพแบบ 3 มิติในระยะไกลสูงสุดถึง 3 เมตร นอกจากนั้นก็ยังมาพร้อมไฟแฟลช Dual LED รวมถึงระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล (OIS) พร้อมโหมดถ่ายภาพกลางคืน, โหมดปรับหน้าสวยอัตโนมัติ (AI Face Beauty), โหมดเปลี่ยนภาพเซลฟี่เป็นสติกเกอร์ (AR Sticker), โหมดถ่ายภาพพาโนราม่า (Panorama)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล (ภาพถ่ายในโหมดปกติไม่ได้ปรับสีใดๆแค่รีไซส์เท่านั้น)

ตัวอย่างการเซลฟี่ตั้งแต่ไม่มีเอฟเฟคใดๆไปจนถึง โหมด AI แล้วก็โหมดปรับแต่งใบหน้าด้วยตัวเองก็จะเห็นได้ว่าคางอาจจะเรียวขึ้น หน้าเนียนใสขึ้นด้วย เอาเป็นว่าเป๊ะ

ตัวอย่างภาพเซลฟี่ระดับ AI โดยการเลือกใส่ฟิตเตอร์

ตัวอย่างการถ่ายภาพด้วยกล้องหน้าโหมด AI พร้อมโหมด AR Stickers


ตัวอย่างภาพเซลฟี่โดยการเลือกใส่เอฟเฟคแสง โดยเอฟเฟคนี้จะเป็นการที่เราถ่ายภาพแล้วค่อยไปเลือกใส่ทีหลัง

เป็นโหมดที่ใช้สำหรับสร้างตัวเองให้เป็นตัวการ์ตูนสติ๊กเกอร์ตามสไตล์อย่างที่เราต้องการ โดยเราสามารถปรับเปลี่ยนสีผิว สีผม ทรงผม แล้วก็สามารถเลือกเสื้อผ้าได้ด้วย

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 3 ตัว (ภาพถ่ายในโหมดปกติไม่ได้ปรับสีใดๆแค่รีไซส์เท่านั้น)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังถ่ายในโหมดปกติเลย คือเห็นอะไรสวยๆก็ยกกล้องขึ้นมาถ่ายได้เลย ภาพที่ได้ก็จะสวยๆประมาณนี้แหละ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังถ่ายในโหมดปกติเช่นเดียวกัน แค่ยกกล้องไปส่อง AI ก็จะทำหน้าที่ของมันเอง มาโครก็มา

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังถ่ายในโหมดกลางคืน ซึ่งก็ทำออกมาได้สวยมากเลยนะเนี่ย นี้ใช้มือตัวเองถือถ่ายปกตินะไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้องแต่อย่างใด

 

สรุป

เป็นสมาร์ทโฟนระดับโปรที่โดดเด่นด้วยกล้องหลัง3 ตัว อย่าง OPPO R17 Pro ความละเอียด 12+20+3D Stereo Camera ซึ่งสามารถสแกนวัตถุด้านหน้าได้แบบ 3 มิติ เพื่อสร้างภาพถ่ายแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใคร ไม่มีใครเหมือน ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซลมาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ถึง 6.4 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล สีสันสวยสดใสสุดอะไรสุด ทำงานอยู่บนระบบปฎิบัติการ Android Oreo ครอบด้วย ColorOS 5.1 พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 710, RAM 8GB, ความจุ 128GB บวกกับเทคโนโลยี AI อันชาญฉลาด พร้อมรองรับการสแกนใบหน้า สแกนลายนิ้วมือก็ได้ด้วย ที่สำคัญชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วมากกก 40% ได้ในเวลาแค่ 10 นาทีเท่านั้นเองเร็วมากจริงๆ ในราคา 24,990 บาท

Tagged under: