USB Type-C เพิ่มระบบเสียงดิจิทัล เพื่อตัดมาตรฐาน 3.5 mm ในอนาคต

By Trends Leave a comment

ผู้ผลิตชิพเซ็ทรายใหญ่อย่าง Intel ได้ส่งเสริมให้ผู้ผลิตหันมาสนใจระบบเสียงดิจิทัลมากขึ้นโดยการตัดช่องเชื่อมต่อมาตรฐาน 3.5 มิลิเมตร Audio Jack ออกไป แล้วให้ใช้ USB Type-C แทน โดยแนวคิดนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจาก USB Implementers Forum หรือ USB-IF พร้อมแถลงสเปคของ USB Type-C ที่รองรับการส่งสัญญาณเสียงแบบดิจิทัลได้แล้ว

หากการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นจะถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการฟังเพลงที่จะเข้าสู่สังคมการฟังเพลงแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยทาง USB-IF ได้นำเสนอชื่อมาตรฐานครั้งนี้ไว้ว่า USB Type-C Audio Technology หรือ USB Audio Device Class 3.0 Specification ที่ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกสู่ดิจิทัลเพียงเท่านั้นแต่มีการเพิ่มฟีเจอร์อื่นๆ เข้ามาอีกด้วย

usb_type_c_n5-0-0-1024x683

USB Audio Device Class 3.0 Specification ยังคงรองรับมาตรฐานทั้งระบบอนาล็อกและดิจิทัล โดยในส่วนของระบบเสียงอนาล๊อกนั้นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมายนักเพียงแต่จะถูกนำมาจัดรวมไว้ภายในแผงวงเดียวกันกับระบบเสียงดิจิทัลเท่านั้นเอง โดยตามสเปคกล่าวว่าจะไม่มีการไปกวนอัตราการโอนถ่ายข้อมูลของระบบเสียงดิจิทัลด้วยเพราะมันใช้ระบบการเชื่อมต่อแบบ two secondary bus (SBU) pins เท่านั้น

สำหรับในส่วนของระบบเสียงดิจิทัลบน USB Type-C นั้น ตามสเปคจะต้องมีการแก้ไขในส่วนของวงจรเสียงที่อยู่บนภาคเชื่อมต่อ USB Type-C รวมไปถึงสายส่งสัญญาณไปยังลำโพงทั้งของหูฟังหรือลำโพงเองก็จะต้องใช้รูปแบบใหม่ ซึ่งตรงจุดนี้นั้นทาง USB-IF ได้อธิบายเอาไว้ว่ามันอาจจะไม่ได้มีประโยชน์อะไรเท่าไรนักบนอุปกรณ์ที่ตั้งอยู่กับที่ เช่น ลำโพง เครื่องเสียง เป็นต้น เนื่องจากว่าอุปกรณ์พวกนี้จะมีพื้นที่ในการติดตั้งแผงวงจรสัญญาณดิจิทัลอยู่แล้ว

usb-c-audio_575px

ระบบภาพสัญญาณเสียงดิจิทัลนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ซึ่งในที่นี้หมายรวมถึงอุปกรณ์จำพวกแว่นVirtual Reality ด้วย ทั้งนี้ทาง USB-IF ให้เหตุผลเอาไว้ว่าสาเหตุที่สเปคของ USB ADC 3.0 ถูกออกแบบมาให้รองรับทั้งภาคสัญญาณเสียงดิจิทัลและอนาล๊อกอยู่นั้นก็เพื่อที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานหูฟังหรือลำโพงแบบเก่าผ่านทางการใช้ Adapter ได้ ซึ่งจุดนี้จะช่วยให้ในช่วงแรกของเทคโนโลยีไม่มีปัญหาเรื่องการเปลี่ยนผ่าน

usb-c-audio-1_575px

สำหรับมาตรฐาน USB ADC 3.0 หูฟังแบบ USB-C แบบดิจิทัลจะมาพร้อมกับฟีเจอร์พิเศษที่เรียกว่า Multi-Function Processing Units (MPUs) ซึ่งฟีเจอร์ดังกล่าวนี้จะมีอยู่มากมายหลายฟังก์ชันซึ่งผู้ผลิตสามารถที่จะทำการเลือกได้ว่าต้องการใส่ฟีเจอร์ไหนเข้าไปในหูฟังแบบ USB-C ดิจิทัลของตัวเองบ้าง โดยทาง USB-IF ให้เหตุผลเอาไว้ว่าที่เป็นเช่นนี้นั้นก็เพื่อที่จะให้ผู้ผลิตสามารถที่จะเลือกผลิตตัวหูฟังได้ในหลายระดับ

link-dream-new-bee-type-c-ceramic-earphone-hifi-stereo-earbuds-clear-bass-headset-for-type

ตัวอย่างฟีเจอร์ที่จะอยู่ในตัว MPUs นั้นก็ได้แก่ Digital-to-Analog Conversion, Low-Latency Active Noise Cancellation, Acoustic Echo Canceling, Equalization, Microphone Automatic Gain Control, Volume Control และอื่นๆ อีกมากมาย นอกไปจากนั้นแล้วมาตรฐาน USB ADC 3.0 ยังรองรับ USB Audio Type-III และ Type-IV Formats พร้อมกับรองรับระบบเสียง USB Formats เก่าที่มีในมาตรฐาน ADC 1.0 และ 2.0 ด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก Anandtech

Comments

Tagged under:

Leave a Reply