[รีวิว-Review] OPPO R9s Plus โดดเด่นด้วยหน้าจอใหญ่ซะใจถึง 6 นิ้ว กล้องหน้าหลัง 16 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพสวย คมชัด พร้อมเซ็นเซอร์อัจฉริยะ Sony IMX398 ผสานกับเทคโนโลยีกันสั่น OIS+ และความจุแบตสูงถึง 4,000 mAh

By Product Review

OPPO ได้ส่งตัวรุ่นพี่ออกมาสำหรับ OPPO R9s Plus เจ้ารุ่นพี่ที่ออกมานี้ก็ยังคงสโลแกนเดิมที่ว่า “Now, It’s Clear” โดดเด่นด้วยเรื่องกล้องทั้ง หน้า-หลัง 16 ล้านพิกเซล แต่ที่เพิ่มเติมมาคือ หน้าจอใหญ่ขึ้นถึง 6 นิ้ว แบตเตอรี่ที่ใหญ่และอึดกว่าถึง 4,000 mAh

 

สเปคเด่นๆของ OPPO R9s

  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ ColorOS 0 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow)
  • หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1920×1080 พิกเซล : 401 ppi) พร้อมกระจกหน้าจอขอบนูน 2.5D Corning Gorilla Glass 5
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm MSM8953 Snapdragon 625 (Cortex-A53) ความเร็วในการประมวลผล 0 GHz
  • ชิปเซ็ตประมวลผลภาพ Adreno 506
  • หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
  • หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB
  • กล้องด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX398 ขนาด 1/2.8 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/7 และระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ Dual PDAF
  • กล้องด้านหน้าความละเอียดระดับ 16 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1/3 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/0 และโหมด Beautify 0
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
  • รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนเครือข่าย 4G LTE
  • แบตเตอรี่ความจุ 3,010 mAh พร้อมเทคโนโลยี VOOC Flash Charge
  • ตัวเครื่องมีขนาด 153 x 3 x 58 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 147 กรัม

 

สเปคเด่นๆของ OPPO R9s Plus

  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ ColorOS 0 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow)
  • หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1920×1080 พิกเซล : 401 ppi) พร้อมกระจกหน้าจอขอบนูน 2.5D Corning Gorilla Glass 5
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm MSM8976 Pro Snapdragon 653 ความเร็วในการประมวลผล 95 GHz
  • ชิปเซ็ตประมวลผลภาพ Adreno 510
  • หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
  • หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB รองรับ MicroSD Card สูงสุด 256GB
  • กล้องด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX398 ขนาด 1/2.8 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/1.7 และระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ Dual PDAF
  • กล้องด้านหน้าความละเอียดระดับ 16 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1/3 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/2.0 และโหมด Beautify 0
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
  • รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนเครือข่าย 4G LTE
  • แบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh พร้อมเทคโนโลยี VOOC Flash Charge
  • ตัวเครื่องมีขนาด 163.63 × 8 × 7.35 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 158 กรัม

เปิดมาก็จะเจออุปกรณ์ในกล่อง

  • ตัวเครื่อง OPPO R9s Plus
  • คู่มือการใช้งาน
  • เคสใสแบบซิลิโคนแถมมาให้ด้วย 1 อัน
  • เข็ม SIM Door Key
  • อะแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่แบบ VOOC Flash Charge
  • สายดาต้าแบบ microUSB
  • หูฟังแบบสเตอริโอ
  • แล้วก็ฟิล์มกันรอยด้วยอีก 1 อัน (ซึ่งติดอยู่ที่ตัวเครื่องเรียบร้อยแล้ว)

หูฟังแบบสเตอริโอสีขาวดีไซน์มารับกับหูสุดๆ มาพร้อมกับ Small Talk ที่สามารถรับสายเรียกเข้า-โทรออกได้เลย

อะแดปเตอร์ก็เหมือนรุ่นน้อง OPPO R9s เลยพร้อมรองรับการชาร์จแบบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ VOOC Flash Charge ที่ชาร์จแปบเดียวก็เต็ม

สายดาต้าเป็นแบบ VOOC Flash Charge หัวที่ชาร์จเป็นแบบ micro USB

เข็มจิ้มซิมอุปกรณ์ที่แถมมาในกล่องด้วย ไว้สำหรับใช้ในการจิ้มแล้วนำถาดใส่ซิมออกมา

ดีไซน์สวย เรียบหรู สุดๆ ด้วยเทคโนโลยีการผลิตนั้นเป็นแบบ All-Metal Unibody ซึ่งตัวเครื่องก็จะมีโลหะเป็นส่วนประกอบถึง 98.9 เปอร์เซ็นต์ บางเฉียบเพียง 1.66 มิลลิเมตร ตัวเครื่องขอบข้างโค้งมน ตัวเครื่องหนาเพียง 7.35 มิลลิเมตร พร้อมหน้าจอกระจก Corning Gorilla Glass 5 แข็งแรงทนทาน สามารถปกป้องความเสียหายได้ถึง 80 % ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1920 x 1080 พิกเซล)

ด้านหน้าส่วนบนตัวเครื่องเรียงจากซ้ายไปขวาเลยนะก็จะเจอกล้องดิจิทัลความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ 1/3 นิ้ว ค่ารูรับแสง f/2.0 แม้จะถ่ายในที่มืดก็ยังสว่าง นอกจากนั้นก็สามารถเปิดโหมด HDR อัติโนมัติเพื่อภาพที่ได้สว่าง สดใส และก็โหมด Beautify 4.0 โหมดนี้เหมาะกับสาวๆที่ชอบเซลฟี่สุดๆ เซลฟี่ยังไงก็สวย ต่อมาก็เป็นลำโพงหูฟังสำหรับการโทรออก-รับสาย, สุดท้ายก็จะเป็นเซ็นเซอร์รับแสง Proximity และเซ็นเซอร์ Ambient Light

ด้านล่างตัวเครื่องก็มีปุ่ม Recent Apps แบบสัมผัส (Touch Panel) แค่สัมผัสเบาๆก็ทำงานแล้ว ทีนี้เราก็ไม่ต้องกลัวว่าเจ้าปุ่มนี้จะเสียละ เพราะไม่ต้องออกแรงในการกดเลยยย ในขณะเดียวกันปุ่มนี้ก็เป็นปุ่มที่ใช้ในการสแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อคหน้าจอด้วย สามารถอ่านลายนิ้วมือได้รวดเร็วในระยะเวลาเพียง 0.2 วินาที และสามารถจดจำลายนิ้วมือได้ดีเยี่ยม แล้วข้างซ้าย ข้างขวาแล้วก็จะมีปุ่ม recent apps, และปุ่ม back เป็นแบบสัมผัสเหมือนกันแถมเป็นปุ่มแบบไฟ Backlight เอาไว้เล่นในที่มืดได้สบาย สวยงาม….

ส่วนล่างของตัวเครื่องที่เห็นรูหลายๆรูนั้นก็คือลำโพงนั้นเอง ต่อมาก็ช่องเสียบสาย microUSB ต่างๆ แล้วก็ตามมาด้วยช่องสำหรับเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

ส่วนหัวของตัวเครื่องก็จะเจอรูไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน

มาดูด้านขวาของตัวเครื่องกันบ้างก็จะเจอ ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง หรือจะกดครั้งเดียวเพื่อล็อคหน้าจอ และก็ช่องใส่ถาดซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot

ด้านซ้ายๆ ก็เจอปุ่ม เพิ่ม – ลดระดับเสียง หรือจะกดปุ่มลดเสียงพร้อมกับปุ่มเปิด-ปิดเครื่องเพื่อแคปหน้าจอ

สามารถใส่ซิมได้ 2 ซิม (nanoSIM+nanoSIM) หรือจะใส่ซิมกับ MicroSD การ์ด (nanoSIM+microSD Card) ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งว่าจะใช้ 2 ซิม หรือจะใช้ 1 ซิมกับ SD การ์ดเลือกได้ตามความเหมาะสมเลย อิอิ

มาด้านหลังก็จะเจอกล้องหลังความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์อัจฉริยะ Sony IMX398 ตัวใหม่ล่าสุด รูรับแสงกว้าง f/1.7 คมชัดทุกรายละเอียด สามารถเปิดรับแสงได้มากกว่าเดิมถึง 60% และเทคโนโลยีโฟกัส Dual PDAF ช่วยให้การโฟกัสภาพได้รวดเร็วขึ้นถึง 40% ถัดมาจากกล้องคือไฟแฟลช LED ถ่ายในที่มืด สว่าง สวย คมชัด แน่นอน

เห็นเส้นขีดๆ 3 เส้นที่อยู่ข้างหลังเครื่องทั้งข้างล่างข้างบนนั้นไหม นั้นก็คือแถบเสารับสัญญาณ Ultra-fine ‘Six-String แบบ 6 เส้น แต่ละเส้นหนาเพียง 0.3 มิลลิเมตร ที่แบ่งออกเป็นด้านบน 3 แถบ และด้านล่าง 3 แถบ เพื่อรองรับสัญญาณที่ดีขึ้น ประสิทธิภาพสูงสุดในการรับสัญญาณต่างๆ เปิดประสบการณ์ใช้งาน Wi-Fi ที่เร็ว แรง จนต้องแปลกใจ

มาดูภาพที่ถ่ายจากกล้องหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (ภาพถ่ายในโหมดปกติไม่ได้ปรับสีใดๆแค่รีไซน์)

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

โหมดถ่ายภาพพิเศษมีให้เลือกทั้งหมด 5 โหมดด้วยกัน ได้แก่ Ultra HD, Various Filters, GIF Animation, Double Exposure และ Expert Mode

มีฟิลเตอร์มากมากหลากหลายให้เลือกใช้

มาดูภาพที่ถ่ายจากกล้องหน้า ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล กันบ้าง

ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่เริ่มด้วยภาพแรกที่ใช้โหมดถ่ายภาพธรรมดา แล้วตามด้วยโหมดถ่ายภาพ Beauty ตั้งแต่ระดับ 1 – ระดับ 7 คือหน้าเนียนฟรุ๊งฟริ๊งสุดๆ

ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่เริ่มด้วยภาพแรกที่ใช้โหมดถ่ายภาพธรรมดา แล้วตามด้วยโหมดถ่ายภาพ Beauty ตั้งแต่ระดับ 1 – ระดับ 7 คือหน้าเนียนสวยสุดๆ

โหมดต่างๆในการใช้งานไม่ว่าเป็นการถ่ายรูป กดปุ่มถ่ายแบบปกติ, แตะหน้าจอแล้วก็ถ่าย, ถ่ายภาพด้วยคำสั่งเสียง หรือจะถ่ายภาพโดยท่าทางไม่ว่าจะแค่ยกมือขึ้นเพียงเท่านั้นก็สามารถถ่ายรูปได้ละ นอกจากนั้นก็ยังสามารถตั้งเวลาในการถ่ายได้, ปรับขนาดหน้าจอได้ว่าจะเอารูปถ่ายแบบเต็มจอ, มาตรฐาน, สี่เหลี่ยม เป็นต้น 

สรุปได้ว่ารุ่นพี่ที่ทาง OPPO ได้ส่งออกมาตีตลาดนี้รูปลักษณ์ภายนอกมองเผินๆก็จะคล้ายๆกับรุ่นน้อง OPPO R9s เลย แต่ OPPO R9s Plus จะมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่าถึงขนาด 6 นิ้ว ดูหนังได้ซะใจมาก แบตที่มีขนาดใหญ่กว่า อึดกว่า ถึง 4,000 mAh ตัวเครื่องก็จะประกอบไปด้วยโลหะกว่า 98.9 เปอร์เซ็นต์ การทำงานไหลลื่นด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 653 กล้องถ่ายภาพถือว่าเนียน สวย ฟรุ้งฟริ้งโดนใจสาวๆสุดๆ ทั้งกล้องหน้าแล้วก็กล้องหลังรายละเอียด 16 ล้านพิกเซลพร้อมระบบโฟกัสภาพแบบ Dual PDAF จับภาพได้อย่างรวดเร็วรวมไปถึงเทคโนโลยี VOOC Flash Charge ชาร์จได้อย่างรวดเร็วทันใจ

Tagged under: