[รีวิว-Review] OPPO R15 Pro โดดเด่นด้วยชิป Snapdragon 660 AIE พร้อมกล้องหน้า 20 ล้าน เซ็นเซอร์ตัวล่าสุด IMX519 ผสานเทคโนโลยี AI เซลฟี่สวยเนียนใส กล้องหลังคู่, RAM 6 GB, ROM 128GB ในราคา 19,990 บาท

By Product Review

เปิดตัวกันไปสดๆร้อนๆเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่ผ่านมากับสมาร์ทโฟนตระกูล R Series อย่าง OPPO R15 Pro โดยเปิดตัวมา 2 สีด้วยกันกับ สีแดง (Ruby Red) และสีม่วง (Cosmic Purple) แต่วันนี้เราได้แค่ตัวสีแดงมารีวิวกัน…ป่ะเริ่มกันเลยดีกว่า ในเรื่องของดีไซน์ดีงามพรีเมียม ด้วยบอดี้เป็นกระจก 3D Glass ซึ่งนำมาซ้อนทับกันจนเกิดเป็นการไล่เฉดสีอย่างที่ได้เห็นๆกัน พร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.28 นิ้ว กว้างมากขนาดหน้าจอใช้พื้นที่ถึง 90% กันเลย ขนาดตัวเครื่องเล่นมือเดียวถนัดกำลังดี ส่วนในเรื่องของกล้องหลังคู่ความละเอียด 16 พิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX519 กล้องรองอีกตัวความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าความละเอียดอยู่ที่ 20 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ AI สามารถวิเคราะห์แยกใบหน้าได้ ขับเคลื่อนด้วยระบบปฎิบัติการ Android 8.1 ครอบทับด้วย Color OS 5.0, ชิป Qualcomm Snapdragon 660 AIE Octa-core 2.2 GHz, RAM 6GB, ROM 128GB รวมไปถึงแบตเตอรี่ขนาด 3,430mAh รองรับระบบ VOOc Flash Charge

สเปคเด่นๆของ OPPO R15 Pro

  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย Color OS 5.0
  • หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.28 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2280 x 1080 พิกเซล), 401pp อัตราส่วน 19:9
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 660 AIE Octa-core 2.2 GHz
  • หน่วยประมวลกราฟิก Adreno 512
  • หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
  • หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมรองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD Card สูงสุด 256GB (Triple Slot)
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 20 + 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX519 รูรับแสงขนาด f/1.7 พร้อมเทคโนโลยี  AI Scene Reconition, มีโหมด Portrait Mode, โหมด 3D Lighting Effect
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI Beauty Recognition Technology และ AR Stickers
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดพร้อมกันภายในเครื่องเดียว (Dual SIM : Dual Standby) (Hybrid Slot)
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
  • รองรับระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า Face Access
  • แบตเตอรี่ความจุ 3400 mAh
  • ตัวเครื่องขนาด 155.3 x 75.0 x 7.5 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 175 กรัม

กล่องก็มาเป็นสีขาวเปิดออกแบบดึงลิ้นชัก ส่วนโลโก้และชื่อรุ่นเป็นสีทองดูพรีเมียมตั้งแต่กล่องเลย

อุปกรณ์ที่มีมาให้ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง OPPO R15 Pro
  • คู่มือการใช้งาน
  • มีเคสใสแบบแข็งมาด้วย 1 อัน
  • เข็ม SIM Door Key
  • อะแดปเตอร์สำหรับชาร์จแบตเตอรี่
  • สายดาต้าแบบ MicroUSB
  • หูฟัง

ก็จะมีเคสใสที่แถมมาด้วยในกล่อง ก็จะเป็นซิลิโคนที่ออกแนวแข็งๆตัวเคสเป็นรอยนิ้วมือง่ายเหมือนกันนะ แต่ก็ใส่ได้พอดีกับตัวเครื่อง พร้อมเว้นช่องไว้ให้ตำแหน่งตรงกล้อง และส่วนตรงช่องที่สำหรับชาร์จ ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนรอบตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี


ดีไซน์เรียบหรู พรีเมียม พิมพ์นิยมด้วยหน้าจอมีรอยบาก พร้อมเทคโนโลยีการผลิตตัวเครื่องแบบ Double-Sided Glass Unibody ตรงขอบทำมาจากโลหะอะลูมิเนียม หน้าจอมาแบบกระจกขอบนูนแบบ 3D Corning Gorilla Glass 5 ทนทาน แข็งแรง ฝาหลังก็ทำมาจากกระจกเช่นกันซึ่งใช้เทคนิคการซ้อนทับของกระจกเพื่อให้เกิดเฉดสีไล่ระดับสีถ้าไม่สังเกตก็จะไม่เห็นใช่ม่ะ ต้องลองสังเกตุดีๆก็จะเห็นว่าฝานั้นสีจะอ่อนไล่ลงมาสีเข้ม หน้าจอแสดงผลแบบ OLED Super View Screen Display ขนาด 6.28 นิ้ว ความละเอียด 2280×1080 พิกเซล (Full HD+ 1080p  อัตราส่วนแบบ 19:9 สัดส่วนกว้างถึง 90% ของตัวเครื่องเลย) หน้าจอกว้างจริงอะไรจริง นอกจากนั้นก็ยังมาพร้อมฟังก์ชัน Full Screen Multitasking ที่สามารถเปิดใช้งานได้หลายแอปพลิเคชันพร้อมๆกัน รองรับแอปพลิเคชันการใช้งานตามนี้เลยค่ะ WhatApp, Messenger, Line และ WeChat

มาที่ส่วนหัวของเครื่องกันบ้างก็จะเจอกับกล้องหน้าก่อนเลย กล้องหน้าที่มาพร้อมกับความละเอียด 20 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/2.0 นอกจากนั้นก็มีเทคโนโลยี 3-HDR เป็นเทคโนโลยีที่จะให้ภาพที่ถ่ายมาได้นั้นคมชัด แสงสีของภาพสมดุล และเทคโนโลยี A.I. Beauty Recognition Technology ก็จะมาช่วยปรับแต่งให้ภาพเซลฟี่ที่เราได้ถ่ายไปนั้นเนียน ขาวใส แบบไม่ต้องไปแต่งเพิ่มให้เสียเวลาเลย ซึ่งสามารถวิเคราะห์ใบหน้าของผู้ใช้ได้ทั้งหมดถึง 296 จุด พร้อมโหมดการถ่ายภาพชัดหน้าเบลอหลัง และสามารถเปิดแฟลชได้เวลาเซลฟี่ในที่มีแสงไม่เพียงพอ ถัดมาก็จะเป็นลำโพงที่เอาไว้ฟังการสนทนารับสาย – โทรออก ถัดมาอีกก็จะเป็นเซ็นเซอร์แจ้งเตือนต่างๆ รวมไปถึงระบบการปลดล็อกหน้าจอด้วยใบหน้าช่วยให้การเข้าใช้งานเครื่องได้รวดเร็วทันใจ

ปุ่มด้านล่างก็จะมีให้ทั้งหมด 3 ปุ่ม เป็นปุ่มแบบ On-Screen ที่เห็นเป็นสัญลักษณ์ต่างๆนั่นแหละ วิธีการใช้งานก็เริ่มด้วยปุ่มแรกที่จะคล้ายๆปุ่มสัญลักษณ์รูปสี่เหลี่ยมคือปุ่ม Recent Apps แล้วก็ตามด้วยปุ่ม Home สุดท้ายก็ปุ่ม Back ไว้ออกจากแอพพิเคชั่นทีละสเต็ปแต่ก็รู้ๆกันอยู่แล้วเนอะ

ส่วนท้ายของตัวเครื่องก็จะเจอกับลำโพงหลักที่ใช้สำหรับเปิดเสียงที่ต้องการจะให้ดังอ่ะ ไม่ว่าจะดูหนังเล่นเกมส์ก็ต้องเปิดเสียงลำโพงนี้แหละมันถึงจะได้อรรถรสเนอะ ถัดมาก็จะเป็นช่องที่เสียบสาย Micro USB ใช้ในการรีชาร์จแบตเตอรี่หรือโอนถ่ายไฟล์ข้อมูลต่างๆ ช่องสุดท้ายก็จะเป็นช่องสำหรับเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

ส่วนหัวของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็จะมีแค่ช่องเดียว ช่องไว้สำหรับตัดเสียงรบกวนภายนอกเวลาคุยโทรศัพท์

ด้านซ้ายของตัวเครื่องก็จะเจอปุ่มเพิ่ม-ลดระดับกับเสียง

ด้านฝั่งขวาของตัวเครื่องก็เจอกับช่องสำหรับจิ้มเอาถาดซิมซึ่งรองรับการใช้งานได้ 2 ซิม ถัดมาก็จะเจอกับปุ่ม เปิด-ปิด เครื่องเมื่อกดค้างไว้ แต่ถ้าสั้นๆแค่ครั้งเดียวก็จะเป็นปุ่มล็อคหน้าจอ พร้อมเป็นปุ่มแคปหน้าจอโดยการกดปุ่มล็อคหน้าจอไปพร้อมๆกับปุ่มลดระดับเสียง

พลิกมาทางด้านหลังเครื่องก็เจอกับกล้องหลังดิจิทัลแแบบคู่ กล้องตัวแรกก็จะมีความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล มาพร้อมเซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX519 ขนาดของเซ็นเซอร์รับภาพ 1/2.6 นิ้ว ขนาดรูรับแสง f/1.7 ส่วนกล้องตัวที่สองมีความละเอียดอยู่ที่ 20 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/1.7 พร้อมไฟแฟลชแบบ LED รวมถึงระบบ AI Scene Reconition ที่สามารถวิเคราะห์วัตถุได้ 120 แบบ จาก 16 หมวดหมู่ รวมถึงระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ PDAF แค่เอากล้องไปส่องวัตถุอะไรก็จะโฟกัสสิ่งนั้นทันทีเลย หรือจะโฟกัสเองก็ได้แค่เอานิ้วจิ้มว่าอยากให้โฟกัสตรงจุดไหน มีระบบกันสั่นด้วย, โหมดถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ รวมไปถึงฟังก์ชัน 3D Portrait Lighting เป็นโหมดการถ่ายภาพบุคคลให้ออกมาดูดีในทุกๆสถานการณ์ พร้อมตำแหน่งสแกนลายนิ้วมือด้านหล้งเพื่อสะดวกในการเข้าใช้เครื่อง

มาดูรูปที่ถ่ายจากกล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI Beauty Recognition Technology และ AR Stickers (ภาพถ่ายในโหมดปกติไม่ได้ปรับสีใดๆแค่รีไซส์เท่านั้น)

ตัวอย่างการเซลฟี่ด้วยกล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ตั้งแต่ระดับ AI จนถึงระดับ 6 โหมดหน้าชัดหลังเบลอ

ตัวอย่างการถ่ายภาพระหว่างกล้องโหมดธรรมดากับโหมด AI Beauty ระดับ 6

ตัวอย่างการถ่ายภาพด้วยกล้องหน้าโหมด AI Beauty ระดับ 4 พร้อมโหมด AR Stickers น่ารักฟรุ้งฟริ้งแถมหน้าใส เนียนกริ๊บเลย

ตัวอย่างรูปที่ถ่ายจากกล้องหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 20+16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX519 รูรับแสงขนาด f/1.7 พร้อมเทคโนโลยี AI Scene Reconition, มีโหมด Portrait Mode, โหมด 3D Lighting Effect (ภาพถ่ายในโหมดปกติไม่ได้ปรับสีใดๆแค่รีไซส์เท่านั้น)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังโหมดปกติจริงๆ ไม่ได้ปรับอะไร ไม่ได้เลือกโหมดอะไรเลย ระบบปรับให้เองเลยปรับชัดหน้าเบลอหลังให้เองด้วย สุดยอดเลย

ตัวอย่าภาพถ่ายโหมด 3D Portrait Lighting สี ขาว-ดำ

ถือว่าโดดเด่นด้วยกล้องจริงๆไม่ว่าจะเป็นในส่วนของกล้องดิจิทัลด้านหน้าที่มาพร้อมความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และเทคโนโลยี A.I. Beauty Recognition Technology ที่ช่วยให้การเซลฟี่สวยเนียนจริงจังมาก หน้าจะมีสิว มีริ้วรอยยังไงแต่ถ้าได้มาถ่ายกล้องหน้าของ OPPO R15 แล้วจะสวยกันทุกคนแอดรับรองเลย รวมไปถึงโหมดถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอถ่ายยังไงเราก็เด่นเพราะข้างหลังเบลอหมด อิอิ มาต่อที่กล้องหลังคู่ความละเอียด 16+20 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX519 มีระบบป้องกันการสั่นแบบ EIS และก็โหมดถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ รวมไปถึงฟังก์ชัน  AI Scene Recognition อันชาญฉลาดสามารถตรวจจับวัตถุ และสภาพแวดล้อมได้ ถ่ายรูปสวยโดยแทบจะไม่ต้องปรับอะไรเลย เครื่องขับเคลื่อนด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 660 AIE Octa-core 2.2 GHz หน่วยประมวลผล Octa-core 2.2GHz, RAM 6GB, ROM 128GB, แบตเตอรี่ขนาด 3,400 mAh รองรับเทคโนโลยีการชาร์จความเร็วสูง VOOC Flash Charge

ช้อปออนไลน์ได้ที่ BananaStore.com : ส่งฟรีทั่วไทย ส่งเร็ว 3 ชั่วโมง (เฉพาะกรุงเทพและพื้นที่ให้บริการ*)

Tagged under: