[รีวิว-Review] Huawei mate 10 pro

By Product Review

[รีวิว-Review] Huawei mate 10 pro โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีฉลาดล้ำ AI พร้อมกล้องคู่ Leica หน้าจอใหญ่ 6 นิ้ว FHD+, กันน้ำกันฝุ่น, มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ที่สำคัญแบตอึดเว่อร์ๆ

เปิดตัวกันไปได้สักพักละกับ Huawei Mate 10 Series ในครั้งนั้นก็เปิดตัวไปพร้อมๆกันทั้งหมด 3 รุ่นเลย ได้แก่ Huawei Mate 10, Mate 10 Pro และ Mate 10 Porsche Design แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง Huawei mate 10 pro กันสมาร์ทโฟนสุดชาญฉลาดที่เหล่าสาวกหลายๆคนคอยรอ ที่มาพร้อมหน่วยประมวลผล NPU (Neural Processing Unit) หรือระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ครั้งแรกของโลกเลยก็ว่าได้ มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ FullView Display ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ โดดเด่นด้วยกล้องคู่จาก Leica ความละเอียด 12+20 ล้านพิกเซล ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย EMUI 8.0 ไหลลื่นสุดๆ นอกจากนั้นแบตเตอรี่มีความจุ 4000 mAh แต่ใช้งานได้อึดมากจริงๆ รองรับเทคโนโลยี Super Charge แปปเดียวเต็ม

สเปคเด่นๆของ Huawei mate 10 pro

  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย EMUI 8.0
  • หน้าจอแสดงผลแบบ FullView Display ขนาด 6 นิ้ว อัตราส่วน 18 : 9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080×2160 พิกเซล)
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Kirin 970 + Mobile AI
  • หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
  • หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) จาก Leica ความละเอียด 12+20 ล้านพิกเซล (RGB+Monochrome) พร้อมะระบบการโฟกัสภาพแบบ OIS โดยที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.6 ทั้งสองเลนส์
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อม AI Selfie และมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
  • รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และ Bluetooth 4.2
  • คุณสมบัติการป้องกันน้ำ และป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67
  • แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยี Huawei Super Charge
  • ตัวเครื่องมีขนาด 154.2 x 74.5 x 7.9 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 178 กรัม

มาดูในส่วนของดีไซน์ตัวเครื่องกันบ้างคืออยากจะบอกว่าหลังจากที่ได้ลองใช้ ลองจับแล้วรู้สึกว่าแข็งแรงทนทานดี ขนาดของตัวเครื่องถือว่าขนาดกำลังดีไม่เล็กแล้วก็ไม่ใหญ่จนเกินไปแต่จับถนัดมือดี รูปลักษณ์ภายนอกสวยพรีเมียมสุดๆ ส่วนหน้าจอนั้นผลิตด้วยกระจกเป็นแบบ 2.5D ขอบนูนๆนิดหน่อย กว้างดีงามมาก ดูหนัง เล่นเกมส์ ได้เต็มตา ด้วยหน้าจอขนาด 6 นิ้ว ความละเอียดอยู่ที่ FHD+ (1080 x 2160 พิกเซล) ในอัตราส่วนแบบ 18:9 สีที่แสดงผลทางหน้าจอแบบ OLED ถือว่าให้สีสด คมชัดกว่าจอ IPS ทั่วๆไป

ในส่วนของด้านบนตัวเครื่องข้างหน้านั้นมีอะไรบ้าง เรียงจากซ้ายละกันเราก็จะเจอกับไฟ LED แจ้งเตือนที่จะคอยกระพริบแจ้งเวลามีสายโทรเข้าแล้วเราไม่ได้รับ หรือจะเป็นข้อความเข้า เอาเป็นว่าแจ้งเตือนต่างๆนั้นแหละเนอะ ถัดมาก็จะเป็นลำโพงสำหรับการสนทนา สุดท้ายหรือขวาสุดนั้นก็คือกล้องดิจิทัลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มาพร้อม AI Selfie และมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0 เซลฟี่ยังไงก็สวย สว่างคมชัดสวยธรรมชาติสุดๆ

ด้านล่างตัวเครื่องก็จะเจอปุ่มกดต่างๆที่เป็นแบบ On-Screen แค่เอานิ้วแตะเพียงเบาๆก็ใช้งานได้อย่างง่ายดาย เริ่มด้วยซ้ายสุดปุ่มแรกคือปุ่ม Recent Apps ตรงกลางก็จะเป็นปุ่ม Home ขวาสุดก็จะเป็นปุ่ม Back ที่เวลาเปิดแอพต่างๆไว้พอกดปุ่มนี้ก็จะกลับทีละสเต็ปๆ

พลิกมาด้านหลังเครื่องซ้ายสุดก่อนเลยก็จะเจอกับไฟแฟลชแบบ Dual-Tone ถัดมาก็กล้องดิจิทัลแบบคู่ (Dual-Camera) ด้วยเลนส์ Leica SUMMILUX-H ความละเอียด 12+20 ล้านพิกเซล โดยกล้องตัวที่มีความละเอียด 20 ล้านพิกเซลเซ็นเซอร์ Monochrome จะเป็นเลนส์ ขาว – ดำ ที่สามารถถ่ายภาพในบริเวณที่มีมิติได้อย่างสวยงาม ได้รายละเอียดภาพที่ชัดเจนแม้จะถ่ายในที่แสงน้อย ส่วนกล้องที่มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเซ็นเซอร์ RGB จะเป็นเลนส์สี มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.6 เหมือนกันทั้งสองเลนส์เลย พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคัล และระบบการโฟกัสภาพแบบ 4 in 1 Hybrid Focus รวมไปถึงระบบ Huawei Hybrid Zoom ช่วยให้การถ่ายภาพทุกภาพออกมาสวย คมชัดคมจริง สุดท้ายที่เห็นเป็นกลมๆนั้นก็คือที่สแกนลายนิ้วมือไว้ปลดล็อคการใช้งานเครื่อง

ด้านขวาตัวเครื่องก็จะมีปุ่ม เพิ่ม-ลด ระดับเสียง ถัดลงมาก็จะเป็นปุ่มล็อคหน้าจอ รวมไปถึง เปิด-ปิด เครื่อง นอกจากนั้นถ้ากดปุ่มลดเสียงพร้อมกับปุ่มล็อคหน้าจอก็จะเป็นการแคปหน้าจอได้ด้วย

ด้านข้างซ้ายของตัวเครื่องก็จะเจอช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด Dual-SIM สามารถรองรับการใช้งานได้ 2 ซิมแบบ Dual 4G Dual VoLTE เป็นรุ่นแรกของโลกซึ่งมีจุดเด่นในการส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงสุด ซึ่งจะช่วยให้เราใช้งาน Video Call ได้อย่างไหลลื่น ไม่สะดุด แต่ไม่มีช่องใส่การ์ด Micro SD มาให้นะ

ข้างล่างเครื่องก็จะเจอกับช่องไมโครโฟนที่อยู่ซ้ายสุด ต่อมาก็จะเป็นช่องเชื่อมต่อ USB-C ช่องสุดท้ายที่มีห้ารูนั้นก็คือลำโพงนั้นเอง แต่รุ่นนี้เค้าไม่มีที่เสียบหูฟังแบบแจ๊ค 3.5 มม.นะ น่าเสียดายจัง…

บนหัวเครื่องเห็นรูเล็กๆนั้นไหมอันนั้นก็คือไมโครโฟนที่มีไว้สำหรับตัดเสียงรบกวนเวลาคุยโทรศัพท์ ถัดมา ตรงสีดำๆกลมๆใหญ่ๆหน่อยนั้นก็คือเซ็นเซอร์อินฟาเรด (IR) สามารถใช้ในการควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ อาทิ สมาร์ททีวี อะไรประมาณนี้นะ

มาดูภาพที่ถ่ายจากกล้องดิจิทัลแบบคู่ (Dual-Camera) ด้วยเลนส์ Leica SUMMILUX-H ความละเอียด 12+20 ล้านพิกเซล (RGB+Monochrome) มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.6 เหมือนกันทั้งสองเลนส์ (ภาพถ่ายในโหมดปกติไม่ได้ปรับสีใดๆแค่รีไซส์เท่านั้น)

เปิดหน้าโหมดการถ่ายภาพก็จะเจอกับโหมดต่างๆมากมายให้เพื่อนๆแต่ละคนเลือกว่าชอบแบบไหน แล้วไลฟ์สไตล์ไหนจะตอบโจทย์ตัวเองมากที่สุถ ไม่ว่าจะเป็นโหมด Auto , โหมด Monochrome ถ่ายภาพขาว – ดำ, โหมดถ่าย Video, โหมด 3D Panorama, โหมด HDR เป็นโหมดที่จะช่วยให้ความสว่างในภาพมีความสมดุลมากขึ้น, โหมด Light Painting , โหมด Slow-mo , โหมด Panorama, โหมด Beauty เซลฟี่เวลาไหนก็สวย

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ พร้อมเปิดโหมดชัดหน้าเบลอหลัง

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

มาดูตัวอย่างโหมดภาพขาว – ดำ กันบ้าง

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดขาว – ดำ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดขาว – ดำ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดขาว – ดำ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดขาว – ดำ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดขาว – ดำ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดขาว – ดำ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดขาว – ดำ

ตัวอย่างภาพถ่ายโหมดในยามค่ำคืน มาดูซิว่า Huawei Mate 10 Pro จะทำได้ดีขนาดไหน….

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดกลางคืน

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดกลางคืน

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดกลางคืน + พร้อมเปิดโหมด Vivid colors

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดกลางคืน

รูปภาพตัวอย่างโหมดชัดหน้าเบลอหลัง

ตัวอย่างภาพถ่ายโหมดชัดหน้าเบลอหลัง

ตัวอย่างภาพถ่ายโหมดชัดหน้าเบลอหลัง

ตัวอย่างภาพถ่ายโหมดชัดหน้าเบลอหลัง

ตัวอย่างภาพถ่ายแบบซูม 1 เท่า กับซูม 2 ที่มีขึ้นมาหน้าจอให้กดได้เลยไม่จำเป็นต้องใช้นิ้วช่วยซูม

ภาพแรกคือภาพถ่ายโหมดกล้องธรรมดาถัดลงมาภาพที่สองเปิดโหมด Vivid colors สีก็แจ่มขึ้นทันทีเลยเห็นป่ะ สุดท้ายก็คือภาพที่สามเป็นภาพที่เปิดทั้งโมหด Vivid colors แล้วก็โหมดชัดหน้า – เบลอหลังด้วย

ตัวอย่างภาพการใส่ฟิลเตอร์ต่างๆ

มาดูในส่วนของภาพถ่ายจากกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อม AI Selfie เทคโนโลยีที่ช่วยให้การเซลฟี่ของเราสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0

ตัวอย่างการถ่ายภาพด้วยกล้องหน้า ตั้งแต่ระดับ 0 จนถึงระดับ 10

ตัวอย่างการถ่ายภาพด้วยกล้องหน้าระดับ 10

ตัวอย่างการถ่ายภาพด้วยกล้องหน้าระดับ 10 พร้อมเปิดโหมดชัดหน้าเบลอหลัง

ตัวอย่างการใส่ฟิลเตอร์ด้วยกล้องหน้า

ตัวอย่างการถ่ายภาพด้วยกล้องหน้าระดับ 10 พร้อมเปิดโหมดชัดหน้าเบลอหลัง

ตัวอย่างการถ่ายภาพด้วยกล้องหน้าระดับ 10 พร้อมเปิดโหมดชัดหน้าเบลอหลัง

การใช้งานโดยรวมถือว่าใช้งานได้ดีเลยกับระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo มาพร้อมกับ EMUI 8.0 และการขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Kirin 970 โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี AI อันชาญฉลาดช่วยให้เราใช้งานได้ดี ประสิทธิภาพการทำงานไหลลื่นกว่าเดิม นอกจากนั้นการดูหนัง เล่นเกมส์ ความบันเทิงต่างๆก็ยังเต็มตาไปกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6 นิ้ว สีสันก็สดใส สวยงามถือว่าใช้ได้เลย ส่วนกล้องนี้ก็คือจุดขายเลยนะคือปกติเลนส์ Leica ของ Huawei รุ่นก่อนๆก็คือดีอยู่แล้ว มาเจอรุ่นนี้หน่อยเป็นไงมาพร้อมกล้องคู่ (Dual-Camera) SUMMILUX-H จาก Leica ความละเอียด 12+20 ล้านพิกเซล (RGB+Monochrome) พร้อมระบบการโฟกัสภาพแบบ OIS โดยที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.6 ทั้งสองเลนส์ สามารถตอบโจทย์การถ่ายรูปได้เป็นอย่างดีจริงๆ ด้วยโหมดต่างๆ อาทิ โหมดกลางคืน, โหมดมืออาชีพ, โหมดถ่ายคนประมาณนี้ ถ่ายรูปออกมาแล้วคมชัดสวยงามตามรูปข้างบนเลย สำหรับการถ่ายเซลฟี่นี้ก็ดีงามเลยนะเนียนดี ไม่หลอก ไม่เว่อร์จนเกินไป รวมไปถึงแบตเตอรี่นี้อึดมากนะบอกเลยเพราะแอดเอาไปเล่นเอาไปถ่ายรูปจนแบตเหลือ 14% ก็ไม่ชาร์จนะก็เล่นเกมส์ต่อไปจนถึงเที่ยงคืน แล้วก็วางเอาไว้จนเช้าอีกวันแบตลดไปแค่ 1% สุดยอดมากกก

ช้อปออนไลน์ได้ที่ BananaStore.com : ส่งฟรีทั่วไทย ส่งเร็ว 3 ชั่วโมง (เฉพาะกรุงเทพและพื้นที่ให้บริการ*)

Tagged under: