RAISR เทคโนโลยีใหม่ในการประหยัด Data ของ Google

By Trends

ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักจะอัพโหลดรูปลงสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter โดยส่วนใหญ่มักจะมีไฟล์ภาพที่มีขนาดใหญ่เพื่อรักษาความคมชัดและรายละเอียดของภาพได้ เป็นเหตุให้หลายคนเปลื้อง Data Internet ซึ่งหลายคนก็มี Data ที่จำกัดพอดูรูปพวกนี้ Data จึงหมดเร็ว เมื่อ Data หมดแล้วก็ทำให้โหลดภาพได้ช้า

Google ได้เปิดตัว RAISR (Rapid and Accurate Image Super-Resolution) เทคโนโลยีที่จะมาช่วยปรับปรุงภาพที่มีความละเอียดต่ำให้สามารถดูดีขึ้นได้ โดยใช้ Machine Learning ในการแก้ไขและแปลงภาพความละเอียดต่ำให้มีความละเอียดที่สูงขึ้น และใช้เวลาที่น้อยกว่าเทคนิคที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

RAISR-info.width-1000

เทคนิคที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันเรียกว่า Upsampling ที่อาศัยค่าสีและองค์ประกอบต่างๆ ของพิกเซลมาประกอบสร้างพิกเซลใหม่ขึ้นเป็นเส้นตรง อย่างไรก็ตามถึงแม้วิธีนี้จะเร็วแต่ผลที่ออกมา ก็ยังไม่ใช่ภาพที่มีรายละเอียดเพียงพอ

ขณะที่ RAISE คือการสอน Machine Learning ด้วยภาพทั้งคุณภาพต่ำและสูง เพื่อหาฟิลเตอร์ที่จะทำให้รายละเอียดของภาพไม่แตกต่างจากภาพความละเอียดสูง ก่อนจะหาฟิลเตอร์ที่เข้ากับพิกเซลในแต่ละจุด (pixel neighborhood) และสร้างรายละเอียดของภาพที่เข้ากับย่านพิกเซลนั้นๆ ให้ใกล้เคียงกับภาพความละเอียดสูงที่สุด

image00

โดยวิธีการฝึก Machine Learning มีอยู่ 2 วิธี ได้แก่

1.ให้ Machine Learning เปรียบเทียบภาพทั้ง 2 ความละเอียดโดยตรง

2.ให้ Machine Learning เปรียบเทียบภาพ 2 ชุด ชุดแรกคือภาพที่ถูก Upsampling กับภาพความละเอียดต่ำ และอีกชุดค่ำภาพที่ถูก Upsampling กับภาพความละเอียดสูง

อย่างไรก็ตามภาพที่เทคนิคยังคงไม่สามารถแก้ไขได้ หรือยากที่จะแก้ไข คือภาพที่มีคลื่นหรือลวดลาย (aliasing) หรือ Moire Pattern4

สรุปง่ายๆ คือ RAISR นั้นจะใช้รูปภาพที่ดาวน์โหลดด้วยความละเอียดต่ำ มาทำการเก็บรายละเอียดภาพโดยใช้ machine learning ซึ่งจากการใช้งาน RAISR กับรูปภาพบน Google+ แล้วพบว่าช่วยลดปริมาณการใช้ข้อมูลลงได้สูงสุด 75% ต่อภาพ โดยยังคงแสดงภาพขนาดเต็มได้อย่างสวยงาม

ขณะนี้ Google กำลัง ทดสอบ RAISE บนอุปกรณ์ Android บ้างแล้ว และจะเปิดให้ใช้เต็มรูปแบบในเวลานี้ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณข้อมูลลงได้กว่าหนึ่งในสาม โดยจะเริ่มใช้เทคโนโลยีนีบน Google+ ก่อน และจะค่อยขยายไปยังบริการอื่นๆ ต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก Blog Google, Google Research Blog

Tagged under: